วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Happy 15th Anniversary Shinhwa : eric shinhwa












[สัมภาษณ์] นิตยสาร GQ – Eric (ฉบับเดือน มิถุนายน 2013 ) Eric Shinhwa





Q: ได้ติดตามรายการ SNL> และ Radio Star ตอนออกอากาศบ้างมั๊ย?
A: มันทำให้ผมได้ค้นพบอีกครั้งว่า กระทั่งถึงตอนนี้ เฮซอง เป็นคนเดียวในวงที่แสดงไม่เก่ง

Q: ที่ผ่านมาได้ยินเวลาคุณไปออกรายการต่างๆพิธีกรมักจะให้พูดประโยคจากละครที่ ว่า “คุณได้กลิ่นอะไรไหม้มั๊ย ” ซึ่งคุณไม่อาจทนดูตัวเองตอนแสดงแบบนั้นได้ แต่ได้ข่าวว่าตอนนี้คุณ เริ่มพูดประโยคนี้ได้อย่างสบายๆ ตอนถ่ายทำรายการ ?
A:ไม่ใช่เพราะผมอึดอัดที่เพื่อนร่วมวงชอบล้อหรือบอกให้ผมพูดประโยคนี้ตอน ไปออกรายการต่างๆ เพียงแต่กังวลว่าคนดูจะเบื่อต่างหากเพราะเอามาใช้บ่อยเกินไป เป็นประโยคที่คิดว่าจะสร้างเสียงหัวเราะให้กับรายการได้ แต่ตอนนี้ผมสามารถนั่งดูตัวเองพูดประโยคนี้ได้สบายๆคงไม่ใช่เพราะผมเก่งขึ้น แต่คงเพราะต้องพูดเยอะจนชินต่างหาก

Q: ตอนดูรายการ Shinhwa Broadcast รู้สึกว่าคุณเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่พอมานั่งดูรายการRadio Star คุณก็กลับมาเป็นปกติแบบนี้ คงเพราะสถานการณ์ที่ทำให้คุณเป็นอีกคนที่ไม่ใช่ตัวตนของคุณ
A: แรกๆผมก็เกร็งและระมัดระวังกิริยามากกว่าตอนถ่ายทำShinhwa Broadcast แต่ พอได้ถ่ายทำกับเพื่อนๆในวงก็ทำให้รู้สึกสบายใจไม่เกร็ง และตอนนี้ก็สนิทกับสต๊าฟด้วย นั่งจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมกล้าทำอะไรแบบนั้น แต่ถ้าผมไปออกรายการอื่นผมก็คงกลับมาเป็นตัวผมเองเหมือนเดิม


Q: ตอนี่ถามเกี่ยวกับว่าคุณได้ตามดูรายการไหนบ้างคุณตอบคำถามโดยคิดว่าตัว เองอยู่ในฐานะ ชินฮวา อย่างนั้นฉันเรียกคุณว่า เอริค ชินฮวา ไม่ใช่ เอริค เฉยๆ ใช่มั๊ย ?
Aแม้ว่าผมจะหลงไหลดนตรี แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่ทำให้ผมอยากเป็นนักร้องในตอนนั้นเหตุผลง่ายๆเลยคือ มันเท่ห์ดี อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านการเป็นนักร้องมาหลายปี นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไป ตั้งแต่
ต้นผมเป็นนักร้องเพราะต้องการจะเป็น และเริ่มต้นในฐานะชินฮวา แต่ถ้าผมต้องสูญเสียความตั้งใจเดิมเพราะการจูงใจจากบริษัทอื่นที่ดีกว่ามัน คงไม่เจ็งแน่ การเป็นนักแสดงหรือนักร้องมันแยกกัน
อย่างสิ้นเชิง ผมรู้ดีว่าพื้นฐานของการอยู่ได้อย่างยาวนานในวงการนี้คือความซื่อสัตย์และ การได้รับการยอมรับ พวกเราถูกจดจำในการเป็นไอดอลกรุ๊ป เกาหลีที่อยู่กันได้นานที่สุดไม่มีสิ่งใดที่เราทำ
หรือต้องคิดไปกว่านี้ ตอนนี้แฟนๆและวงการเพลงกำลังมองดูเราในฐานะต้นแบบ เราจึงต้องระมัดระวังในการวางตัวมากยิ่งขึ้น

Q: มีบ้างมั๊ยเวลาทำงานกันเป็นทีมแล้วมีการตักเตือนว่ากล่าวกันเพื่อให้เพื่อนร่วมวงทำอย่างที่คุณหวัง?
A: ฮาฮา เรามักเป็นข่าวบ่อยๆเกี่ยวกับความขัดแย้งในวง แต่ยังไม่มีเหตุการณ์ใดที่ใหญ่พอให้เราต้องตัดสินใจในการออกจากวงการ อย่างไรก็แล้วแต่ เรากลับสนิทกันมากขึ้น
เมื่อใดที่เราเริ่มขี้เกียจตอนที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย หรือ เราไม่รู้สึกดีใจมากมายตอนได้รับความรัก นั่นแหละคือเวลาที่พวกเราต้องตื่น

Q: แล้ว เอริค ชินฮวา ต่างกับ มุน จองฮยอค ยังไง?
A: ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีและขี้เกียจ ในฐานชินฮา ถ้าผมไม่คอยมองการณ์ไกลว่าชินฮวาต้องทำยังไงที่สามารถเป็นจริงได้ ก็จะทำให้ผมยิ่งเป็นคนที่ขี้เกียจมากๆ ผมไม่คิดว่าผมจะไปไหนมาไหน
บ่อยๆ ชินฮวา คือเหตุผลใหญ่ว่าทำไมผมถึงสามารถทำงานได้อย่างบ้าคลั่ง

Q: คุณไม่อยากออกอัลบั้มเต็มของคุณบ้างหรือ อัลบั้มที่มีแต่ท่อนแร็พภาษาอังกฤษ
A: เพราะผมเป็นคนเขียนท่อนแร็พเกือบทุกเพลงตั้งแต่อัลบั้มที่ 1 ตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะมีหัวข้ออะไรที่หยิบยกเอามาเขียน ตอนผมเขียนเนื้อท่อนแร็พ ผมก็จะเขียนโดยเอาประสบการณ์ที่ผมประสบมา มา
เขียนเป็นท่อนแร็พ และหากเขียนมันลงไปแล้วนำไปบันทึกเสียง คงไม่ดีแน่ที่จะได้ยินมาซ้ำในอนาคต ฮาฮา ถ้าหากมีบางคนแนะนำว่าผมควรเขียนเนื้อร้อง ถ้ามันไม่ช็อค หรือ ไม่ก็ พิลึก ผมคง
ต้องบอกว่าผมคงไม่ทำ ในกรณีที่ผมพูดเยอะบางทีผมก็อาจเผลอแสดงความคิดต่างของผมออกมาก็ได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่ค่อยพูด

Q: แล้วทวิตเตอร์ละ?
A:ไม่ง่ายที่ต้องทำเพื่อทุกคน ดูเหมือนคุณจำต้องเป็นคนที่มีจิตสำนึกเพื่อคนอื่น ผมเคยคิดว่าผมสามารถให้คำแนะนำ ในฐานะคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน แต่เมื่อมองย้อนกลับไป มันเป็นการเขียนเพื่อ
ตัวผมเอง เพื่อแก้เบื่อ หรือ อาจจะเป็นความกลัวในผลตอบรับ เพราะผมมักจะสงสัยในผลตอบรับจากแฟนๆเสมอ ถ้าผมไม่ได้ทำเพื่อคนอื่นจริงๆ แน่นอนว่าผมก็ไม่ควรที่จะทวิต

Q: แล้วคุณไม่เขียนไดอารี่ ใช่มั๊ย?
A: ครับ ถ้าผมไม่ต้องทำอะไรผมจะก็จะกลายเป็นคนเกียจคร้านมากๆ ฮาฮา ตอนนี้ผมมาคิดดูแล้ว เพราะทวิตเตอร์หรือเปล่าที่ทำให้ผมไม่ขี้เกียจ

Q: เพราะคุณรู้ว่าไม่ควรยึดติด ดังนั้นคุณจึงทำในสิ่งที่เป็นไปได้และวางกลยุทธ์ในการทำงาน?
A: ถ้ามินอูมีความคิดเพ้อฝันแบบศิลปิน ผมก็เป็นคนที่อยู่ในโลกแห่งความจริง ผมไม่ชอบการทำผิดพลาด ไม่ชอบเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนและยังเกลียดที่จะต้องโด่นดุว่า ผมเป็นคนหนึ่ง
ละที่คิดว่า” แม้ถ้าผมไม่ได้รับคำชม อย่างน้อยผมก็ไม่ควรโดนต่อว่า” แล้วมินอูก็เป็นคนประเภท”ต้องกลายเป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดและควรได้รับคำ ชม”

Q: เป้าหมายของคุณปีที่แล้วในการคัมแบ็ก ประสบความสำเร็จอย่างดี ชินฮวา แฟนคลับในเกาหลีกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในรอบสี่ปี อะไรคือกลยุทธ์ในปีนี้
A: ตอนนี้เราได้คุยกันเรื่องอัลบั้มกับการแสดงบนเวที ปีที่แล้วเราต้องการปลดปล่อยความรู้สึก อาทิไอดอลรุ่นแรก,ไอดอลที่อยู่ยาวนานที่สุด รางวัลในความสำเร็จของชีวิต การมาเป็นนักร้องเช่นนั้น
เราต้องขึ้นแสดงในรายการ Music Cor,Music Bank ทีแรก เพราะว่ามันดูเหมือนว่าเราไปถึงจุดนั้น ดังนั้นเราจึงได้ทุ่มเทในการทำอัลบั้มและการแสดงของเรา ปีที่แล้วเรามีเพลงให้เลือก 200 เพลง ปีนี้
เรามีเพลงให้เลือกถึง 500 เพลง ในอัลบั้มเต็มอัลบั้มที่11 แต่ละเพลง สมาชิกในวงแต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง แต่ตอนนี้ เราทุกคนต่างพูดเป็นในแนวทางเดียวกันในแต่ละ
เพลงของอัลบั้มทุกเพลง

Q: งั้นแต่ละเพลงก็คงต้องเลือกโดยใช้การลงมตินะซิ?
A: ใช่ครับ ยกตัวอย่างเพลงที่เราเลือกมาเป็นเพลงโปรโมต มีสองเพลงให้เลือกคือ “Scarface” และ “This Love”.
“This Love” เป็นเพลงที่ดูเหมือนจะนำเสนอสีสันของชินฮวา อย่างไรก็ตาม ตอนที่เราเห็นท่าเต้น เราต้องก็ร้องว่า “OMG”.(โอวมายก็อด) เราได้ปรึกษากันว่าเราควรจะเลือกเพลงที่บ่งบอกถึงความ
รู้สึกของเราและสร้างความช็อคในกับทุกคนที่เห็นด้วย และท้ายที่สุด เราตัดสินใจที่จะเดินไปกับเพลงที่ทำให้เราต้องอุทาน“OMG”.(โอวมายก็อด)
ถ้าพูดถึงความช็อคในท่าเต้นของเราเราทำสำเร็จแล้วกระทั่งณ ตอนนี้ มันไม่ใช่“Wild Eyes” ที่เราเต้นมีเก้าอี้ประกอบ นี่เป็นการเต้นที่อย่างกว่านั้น

Q: ดูเหมือนการเป็นชินฮวา บางทีอาจพูดได้ว่ามีเหตุผลที่ว่าทำไมชินฮวาถึงได้มาไกลขนาดนี้ เพราะความเสียใจและเห็นใจซึ่งกันและกัน นั่นอาจจะไม่ผิดนักแต่ฉันรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สำคัญ
กว่าสิ่งใดแทนที่จะยืนอยู่ในที่ของตัวเองเพื่อความปลอดภัย คุณเอาชนะมาได้บนเส้นทางของคุณณตรงนี้ ความสัมพันธ์ของสมาชิกในวงดูเหมือนจะผ่านการขัดแย้งมาเยอะ
A: ไม่ใช่แค่ความจงรักภักดีและการเห็นใจซึ่งกันและกันที่เป็นตัวขับเคลื่อน แต่เราเน้นที่เหตุผลเป็นหลัก คำตอบหลักๆที่ไอดอลตอบในรายการตางๆไม่ใช่ความรู้สึกนั้น สำหรับผู้ชายที่อายุสามสิบที่
รู้ชัดแจ้งว่าพวกเขาต้องการอะไร สิ่งสำคัญที่พวกเขาต้องมีคือฉันทามติ มันไม่ใช่แค่ความจงรักภักดี แต่พวกเราคือครอบครัว คือพี่น้องกัน การแสดงออกที่ทำให้รับรู้ว่าเราคือคนสำคัญ มันมีค่ามาก
อย่างไม่นานมานี้ วันพ่อ พ่อผมส่งภาพของช่อดอกไม้มาให้ พร้อมกับบอกว่าช่อดอกไม้นี้จอนจินเป็นคนส่งมาให้ เพราะผมหมกมุ่นกลับการคัมแบ็กผมแค่ส่งข้อความสั้นๆไปอวยพรพ่อ ตอนที่เรา
กำลังสัมภาษณ์กับสื่อทั้งสิบแห่งในคราวเดียวกัน จอนจินส่งช่อดอกไม้เหล่านั้นไปให้พ่อแม่ของเราทุกคน เมื่อใดที่ผมไม่สามารถทำหน้าที่ลูกได้ แม้ว่าผมจะไม่มีน้องชาย เขาจะทำสิ่งเหล่านั้นแทนผม
เสมอเหมือนกับว่าเขาเป็นน้องชายผม นั่นคือสิ่งที่คนในครอบครัวทำกันไม่ใช่เหรอ ?

Q: คุณออกอัลบั้มใหม่ช่วงเวลาเดียวกับปีที่แล้ว คุณตั้งใจจะออกอัลบั้มใหม่ทุกปีใช่มั๊ย?
A: แม้ว่าตอนนี้คนนิยมออกมินิอัลบั้มหรือดิจิตอล ซิงเกิ้ลกัน มากกว่าสิ่งอื่นใดเราทำเพื่อแฟนหรือเพื่อก้นบึงหัวใจของพวกเรา การออกอัลบั้มใหม่ทุกๆปีดูเหมือนจะเป็นเอกลักษณ์ของชินฮวา
เราเริ่มชอบแบบนี้และชินฮวาจะไม่มีวันเปลี่ยน ถ้าชินฮวายังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนๆเพราะการทำงานต่อเนื่องของเรา แล้วผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เราควรจะทำมันต่อไป

Q: SMAP เป็นวงต้นแบบของชินฮา ที่ยังร้องและเต้นไม่ได้ดีมากกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มีวาไรตี้ที่สร้างให้พวกเขามีพรสวรรค์ในฐานะนักร้องกลายพันธ์ เราได้คุยเรื่องโปรโมตอัลบั้มไปแล้ว ที่นี้ฉันอยากจะถามเรื่องเกี่ยวกับการร้องเพลงที่เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด บ้าง
A: สมาชิกแต่ละคนอาจมีความเห็นต่างกันในเรื่องนี้ แม้ว่าผมชอบ SMAP หลังจากได้เรียนรู้เกียวกับพวกเขา ผมไม่ใช่แฟนตัวยง แท้จริงแล้วผมอิจฉาพวกเขามากเวลาที่พวกเขาขึ้นคอนเสิร์ต พวก
เขาได้รับความรักจากแฟนๆมาอย่างยาวนานและแฟนๆของพวกเขาก็จะพาลูกๆหลานๆมา ดูคอนเสิร์ตเขาด้วย ที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อสำหรับเรา อย่างไรก็ดีเราไม่ต้องการเป็นแบบนั้นเพราะ
เราคิดว่าเราควรจะ แต่เรากำลังทำงานกันอย่างหนัก นั่นคือสิ่งที่เราทำมาเสมอ สิ่งเหล่านั้นส่งผลให้เรามาเป็นเช่นนี้

Q: นอกจากี้ SMAP ยังมีรายการวาไรตี้ที่ยาวนานอย่างSMAP X SMAP พวกเขาแต่ละคนทำอะไรที่อยากทำกับตามรูปแบบของตัวเอง จะเรียกได้มั๊ยว่าตลอดรายการ พวกเขาเข้าสู่การเป็นเอน
เตอร์เทนเนอร์. แล้วจะเป็นไปได้มั๊ยกับรายการ Shinhwa Broadcast?
A: ประการแรก Shinhwa Broadcast ไม่ใช่รายการที่เลียนแบบ SMAP X SMAP สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า เป็นรายการที่สามารถลดความแตกต่างระหว่างสมาชิกที่ทำได้ดีกับสมาชิกที่ไม่ สามารถทำได้
การใช้ชัวิตในวงการบันเทิงในฐานะนักร้องและนักแสดงเป็นสิ่งที่กดดันมากๆ และแม้ว่าอาจจะเกิดความขัดแย้งกัน มันคงเหมือนการเดินอยู่บนน้ำแข็งบางๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราสามารมอง
ย้อนกลับไปเสมอ เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร เป็นอะไรที่แตกต่างยามคุณทำแล้วตกเป็นผู้ถูกล่า หรือยามที่คุณอยู่ในที่ที่ปลอดภัย คุณเห็นได้จากตั้งแต่ตอนแรกของShinhwa Broadcast เรา
ปราศจากความคิดที่ว่า”อา เราทำไม่ได้ ,ระวัง ระวังหน่อย ” 

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

Eric งานแถลงข่าวคอนเสิร์ต 15 ปี


         ในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต 15 ปี ชินฮวา เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมาที่โอลิมปิก ยิมเนเซี่ยม ในกรุงโซล
 
         ชินฮวาได้กล่าวขอบคุณแฟนๆและสต๊าฟและเหล่าสมาชิกชินฮวาด้วยกันที่ทำให้พวกเขาเป็นศิลปินกลุ่มที่อยู่ยาวนานที่สุด
         เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าอะไรที่ทำให้อยู่ด้วยกันมานานถึงสิบห้าปี เอริคได้อ้างถึงทวิตที่ โซ ซุน ฮี ได้ทวีตวันก่อนได้บอกว่าให้นึกถึงใจกันและกันและการปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปคือสิ่งที่ยึดเหนี่ยววง

        วงอยู่ยาวนาน ซึ่งเพื่อนร่วมวงต่างเห็นด้วยว่าเอริคเป็นหัวหน้าวงที่เยี่ยมยอดและมินอูเป็นผู้สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ ทั้งหมดทั้งมวลคือ ทุกคนคือทีมเดียวกันและต้องเป็นผู้เล่นที่ควรจะเป็น  มินอูกล่าวเสริมว่า “ตั้งแต่อัลบั้มแรก เราไม่เคยบอกว่าเราจะอยู่กันไปนานเท่านาน ผมคิดว่าเพื่อนร่วมวงทุกคนได้แสดงให้เห็นว่าหัวใจของพวกเราพร้อมจะไปพร้อมกันจนวันสุดท้าย”
         ถ้าเราสามารถมาฉลองครบ 20 30 ปี ได้ เราไม่อาจซ่อนอายุเราได้แต่เราต้องการบอกว่าหัวเราและพลังของเรายังคงเหมือนเดิม”

        ชินฮวาบอกว่า แม้อายุ50 ในอีก15 ปีข้างหน้า หวังว่าแฟนๆจะยังคงมาคอนเสิร์ตของพวกเขา ซึ่งชินฮวาบอกว่าพวกเขาจะพยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรง
         ด้านเอริค บอกว่าในตอนอายุ50 ปี มีสิ่งหนึ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้น นั่นก็คือ หวังว่าตอนนั้นทุกคนจะยังมีชีวิตอยู่ เพราะถ้ามีใครคนหนึ่งตายไปเราก็คงไม่สามารถทำกิจกรรมในฐานะชินฮวาได้อีกต่อ
ไป และถ้าตอนอายุ50เรามีคอนเสิร์ต ก็หวังว่าแฟนๆจะยังคงมาชมเรา”

        เอริคกล่าวเพิ่มเติมว่า “ครั้งหนึ่ง มินอูเคยบอกว่า ถ้าเขาต้องตาย เขาขอตายบนเวที แต่เขาไม่ควรตายบนเวที และหวังว่าตัวเองจะสามารถขึ้นแสดงยาวๆได้ด้วยร่างกายที่แข็งแรง”
เอริคบอกว่า ในอดีตเราเป็นชินฮวาที่เป็นนักร้องแต่ปัจจุบันเราคือนักร้องที่เป็นชินฮวา

          ส่วนเรื่องอัลบั้มใหม่ ตอนนี้ทำไปแล้ว50% แล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนมิกซ์เสียงลงไป
         ด้านจอนจินได้คุยเกี่ยวกับรายการชินฮวา บอร์ดคาสต์ ที่ช่วยโชว์ให้เห็นถึงมิตรภาพของเหล่าสมาชิกแล้วตอนนี้ชินฮวาก็มีไอเดียมากมายในการทำวาไรตี้
          ส่วนเรื่อง เอเชียทัวร์ จะเริ่มต้นที่ญี่ปุ่น,ไต้หวัน และ จีน จากนั้นก็จะมาปิดท้ายที่ โซลอีกครั้งในเดือนสิงหาคม
         ขณะที่เอริค ได้กล่าวขอบคุณแฟนต่างชาติราว 4000 คนที่เดินทางมาชมคอนเสิร์ต และบอกถึงแฟนๆว่าให้รักษาสุขภาพระวังเป็นหวัด

         ฝั่งมินอูบอกว่า ชางโจรักและปกป้องชินฮวามาโดยตลอด ชินฮวาก็จะขออยู่ด้วยกันกับชางโจตลอดไป

        ส่วนในคอนเสิร์ต ชินฮวาได้พูดถึงการเป็นพ่อคน ดงวาน อยากมีลูก สี่คน ,แอนดี้ สามคน,มินอู สามคน ,จอนจิน อยากได้ลูกสาว ,เฮซอง ก็อยากได้ผู้หญิง หนึ่ง ผู้ชายหนึ่ง จิน ก็เลยถามเฮซองว่าจะ
ตั้งชื่อลูกว่าอะไรบ้าง ส่วนเอริคก็อยากได้ลูกสี่คน บรรดาสมาชิกชินฮวาก็เลยคุยกันขำๆเกี่ยวกับลูกในอนาคตของเอริค ดงวานบอกว่า ลูกเอริคน่าะจะชื่อ Moon Ja (แปลว่านวด)  ดี้บอกว่าลูกเอริคน่าะจะชื่อ Mooon Bang Gu  และได้คุยเล่นๆเกี่ยวกับชื่อของลูกเฮซอง เฮซอง มีชื่อจริงว่า จอง พิลเกียว เพื่อนๆในวงก็เลยบอกว่าดังนั้นลูกเฮซอง น่าจะมีชื่อท้ายว่า”Gyo” “เกียว” เหมือนกัน ชินฮวาชางโจวที่ยืนใกล้เวทีก็ตะโกน  แนะนำชื่อให้ว่า “พันเกียว” เล่นเอาทุกคนหัวเราะ เพราะ พานเกียว เป็นชื่อของเมืองที่อยู่ใกล้กับโซล

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556

Eugene สารภาพว่าเคยตกหลุมรัก Eric หัวหน้าวง Shinhwa

Eugene สารภาพว่าเคยตกหลุมรัก Eric หัวหน้าวง ShinhwaEugene นักร้องสาวที่หันไปเอาดีด้านการแสดงสารภาพว่าเธอเคยตกหลุมรัก Eric แห่งวง Shinhwa

ในรายการ Champagne ที่มี Shin Dong Yup และ Shin Bong Son เป็นพิธีกร ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง KBS เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมนั้น...

Eugene กล่าวว่า เมื่อตอนที่เป็นนักร้องฝึกหัดในค่ายเดียวกับสมาชิก Shinhwa นั้น พวกเขาใช้เวลาร่วมกันเยอะมาก เมื่อฉันเจอปัญหา Eric มักจะให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกดีๆกับเขา”

เมื่อพิธีกรถามว่า “ถ้าในตอนนั้นคุณไม่ได้เป็นนักร้องฝึกหัดอยู่ เรื่องนี้มันจะเป็นอย่างไรต่อไป?” ซึ่ง Eugene ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ตอนนั้นเราต่างก็รู้สึกดีๆให้กันและกัน เรื่องระหว่างเราอาจจะเป็นไปได้ก็ได้”

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

Eric Mun


ตอนนี้อีกหนุ่มฮอตขวัญใจสาวๆ ไทย "เอริก มุน" กำลังมีงานละครเรื่อง "เค เซร่า เซร่า" หรือ "ปิ๊งรัก...นายกะล่อน" ออกอากาศทางเวลา 17.00-18.00 น. ทางช่องทีไอทีวี

เอริก มุน มีชื่อจริงว่า "มุน จงฮยอก" เกิด 16 กุมภาพันธ์ 2522 โด่งดังในวงการบันเทิงในฐานะสมาชิกวง "ชินฮวา" บอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลีในปี 2541 ก่อนจะผันตัวเองเข้าเป็นนักแสดงในปี 2546

หนุ่มราศีกุมภ์วัย 28 ใช้ภาษาอังกฤษได้คล่องปรื๋อ เพราะเติบโตที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวที่ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และพี่สาวอีก 2 คน

เรียนระดับมัธยมศึกษาที่ซันนี่ ฮิลส์ ในอเมริกา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยดองกุกของเกาหลีใต้ วิชาเอกภาพยนตร์และการละคร

สูง 180 เซนติเมตร หนัก 71 กิโลกรัม สาวๆ จึงเทคะแนนให้เขาเป็นหนุ่มที่มีหุ่นแสนจะเพอร์เฟ็กต์ และตามมาด้วยความสามารถอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านดนตรี ไม่ว่าจะเป็นคาริเน็ต แซ็กโซโฟน รวมไปถึงการเต้นแร็พ การเล่นสโนว์บอร์ด วาดภาพ บาสเกตบอล ขับรถ ตกปลา เล่นเกม (เอ...รายการหลังๆ มานี้ชักไม่แน่ใจว่าเป็นความสามารถพิเศษหรือเปล่า)

เอริกบอกว่าชอบการนอนมาก เรียกว่านอนได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เหน็ดเหนื่อย ส่วนเรื่องกิน ชอบหมดทุกชนิด ที่เป็นพิเศษก็คืออาหารเกาหลี

ข้อดีของตัวเองคือการมองโลกในแง่ดี ข้อเสียคือขี้เกียจเหลือหลาย

ความใฝ่ฝันในอนาคตนั้นอยากเป็นผู้จัดการ แต่จัดการอะไรน่ะไม่ได้บอก มีคติประจำใจคือ เข้มแข็งต่อหน้าคนที่เข้มแข็ง และอ่อนแอต่อหน้าคนที่อ่อนแอ


ขาวและดำเป็นสีโปรด การแต่งตัวก็ชอบแนวง่ายๆ สบายๆ พอให้แนะนำหนังสือโปรด หนุ่มเอริกรีบบอก "ดรากอนบอล" ส่วนภาพยนตร์ที่ชอบก็ "เบรฟ ฮาร์ต"

ก่อนเริ่มงานกับวงชินฮวาอย่างเต็มตัว เอริกโชว์เสียงร้องท่อนแร็พในเพลง "I"m Your Girl" ของสาวๆ วง S.E.S. เมื่อปี 2540 ในสังกัด SM Entertainment มาก่อน จากนั้นเมื่อ SM ฟอร์มวงดนตรีบอยแบนด์วงใหม่ในนาม "ชินฮวา" จึงได้ร่วมงานด้วย

ส่วนงานแสดง เมื่อวงชินฮวาเป็นนักแสดงรับเชิญในภาพยนตร์เรื่อง Emergency Act 19 เอริกสนใจงานด้านการแสดงมากขึ้น และรับเล่นละครเรื่องแรกให้กับทางสถานีโทรทัศน์เอ็มบีซี ในละครเรื่อง I Run ปลายปี 2546 ก่อนแจ้งเกิดกับซีรีส์เรตติ้งกระฉูดเรื่อง The Phoenix ปี 2547 เป็นเรื่องที่นางเอก ลี อึนจู ฝากผลงานไว้ก่อนจบชีวิตตนเองช็อกแฟนๆ ชาวเกาหลีในปีต่อมา

ในซีรีส์ The Phoenix "ฟีนิกซ์ ลิขิตรัก เพลิงริษยา" เอริกในบทพระรอง ได้เสียงชมด้านบวกและคว้ารางวัลมากมาย เช่น MBC Best New Actor และ Popular Male Award จากนั้นในปี 2548 มีซีรีส์ฮิตอีกเรื่อง Super Rookie "น้องใหม่ เบอร์หนึ่ง...อึดสุดยอด" คว้ารางวัล MBC Best Actor และ SBS Best Actor กับ Netizen Best Male Actor

ปี 2549 ผลงานสะดุดอย่างจัง เมื่อซีรีส์ Wolf ต้องถอดจากโปรแกรมกลางอากาศ หลังเอริกประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างการถ่ายทำ จนเมื่อหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว จึงมีผลงานใหม่ Invincible Parachute Agent พลิกโฉมมาดุดันมาดเข้ม ในบทนักฆ่าอิสระ


ปี 2550 กลับไปเล่นซีรีส์แนวกุ๊กกิ๊กอีกครั้งใน Que Sera, Sera ซึ่งที่เกาหลีเรตติ้งไม่ฮือฮานัก ทั้งที่ตอนแรกโหมโปรโมต ว่าเอริกจะได้ประชันบทกับ ยุน อึนเฮ จาก "เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา" แต่ต่อมาต้นสังกัดของดาราสาวให้นางเอกถอนตัว

ด้านผลงานทางจอเงินของเอริก มีแล้ว 2 เรื่องฉายในปี 2548 เรื่องแรกรับบทนักฆ่าใน A Bittersweet Life ตามติดมาด้วยเรื่อง Diary of June ในบทนักสืบ

นอกจากเป็นนักร้อง นักแสดงแล้ว เอริกยังนายแบบโฆษณาระดับแนวหน้า เรียกว่าปัจจุบันเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการโฆษณาของเกาหลีที่มีค่าตัวสูงสุดเลยทีเดียว

ส่วนเรื่องต่อไปนี้สาวๆ คงต้องอ่านและจดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจสาวในอุดมคติของเอริกคือ มีเสน่ห์ในตัวเอง รักบุพการียิ่งชีวิต ที่สำคัญสุดๆ คือต้องทำให้เขามีความรู้สึกอยากจะร่วมชีวิตด้วย

ที่ผ่านมาเอริกตกเป็นข่าวพัวพันกับสาวๆในวงการหลายราย เช่น "คิม ฮีซุน" นางเอกคนดังที่ปลูกต้นรักเมื่อปี 2545 และกลายเป็นคู่รักที่นักข่าวจับตามองมากที่สุด มีลือว่าจะหมั้นกันอยู่แล้ว แต่สุดท้ายต้นรักที่ปลูกไว้เฉาในเวลาไม่ทันข้ามปี นอกจากนั้นยังมีข่าวกุ๊กกิ๊กวูบวาบกับกับนักร้อง "คิมอีจี"สมาชิกวง Baby V.O.X. ต่อด้วย ปาร์ก ซียอน นางรองซีรีส์เรื่อง My Girl ซึ่งคนหลังสุดนี้คบกันปี 2548 และเพิ่งเลิกกันต้นปีนี้ โดยแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

แม้จะเป็นเรื่องเศร้าสำหรับทั้งสอง แต่สำหรับแฟนกลุ่มสาวๆ ของเอริกแล้ว นี่เป็นข่าวที่ชวนให้อมยิ้มเลยทีเดียว